เผยผิวสวยกระจ่างใส ในออนเซ็นไต้หวัน และช็อปสะใจที่เมืองนิวไทเป Newtaipei city ณ Wulai

wulai

บล็อกวันนี้อยากจะพูดถึงเรื่องความสวยงามกันซักหน่อย หลังจากที่นำเสนอเรื่องเที่ยวกันไปเยอะแล้ว ถ้าพูดถึงความสวยงาม ไต้หวัน ติดท็อป 10 สำหรับเรื่องหน้าตาในเอเชียเลยทีเดียว มีคนบอกว่า ไต้หวันนั้นไม่แต่งหน้าเยอะ ถึงขั้นไม่แต่งกันเลยก็มี (จริงๆ นะ ส่วนตัวกลางคืนหรือออกงานถึงจะแต่งหน้ากัน) แถมผิวก็ดีเค้ามีเคล็ดลับอะไรกันนะทำไมถึงมีผิวที่ดีกันแบบนี้ !!! แล้วเราก็ต้องมาร้องอ๋อ เพราะว่า ไต้หวันมีบ่อน้ำพุร้อนกระจายอยู่ทั่วทั้งเกาะในไต้หวัน ส่วนจะอยู่ที่ไหนบ้างนั้น ลองดูในลิงค์นี้ค่ะ ผิวพรรณเลยเปล่งประกายสวยงามกันเลยทีเดียว แถมคนไต้หวันยังใส่ใจในเรื่องการบำรุงผิวมากกว่าที่ใช้แต่งหน้าหนาๆ ค่ะ สำหรับวันนี้จะมาพูดถึงออนเซ็นที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง ตั้งอยู่ที่เมืองนิวไทเปนั้นเอง นั่งรถออกมาไม่ถึง ชั่วโมงก็สามารถผ่อนคลาย ผิวสวยๆ สุขภาพดีได้แล้ว นั่นคือเมือง Wulai นั่นเองจ้ะ

เรานั่งรถไฟฟ้า MRT จากเมืองหลวงมาที่สถานีปลายทางสีเขียวอย่างสถานี ซินเตี้ยน Xindian และนั่งรถบัสหมายเลข 849 ราคาเพียง 15NT ต่อไปยัง Wulai Old Street เพื่อไปที่จุดหมายปลายทางของเราในวันนี้อย่าง Pauselandis Resort Wulai’璞石麗緻溫泉會館’  นั่งรถมา 30 นาที เราก็เดินทางมาถึงค่ะ ที่นี่มีบริการห้องพักที่มาพร้อมกับอ่างออนเซ็นค่ะ (เอาจริงๆ โรงแรมแถวนี้มีออนเซนเกือบหมดเลยล่ะ) เปิดหน้าต่างออกไปคือชอบวิวมากมาย เพราะวิวเป็นน้ำพุร้อนสีเขียวฟ้าน้ำทะเลเลยทีเดียวเชียว ก่อนที่เราจะมานั่งแช่ออนเซ็นกัน เราก็แวะไปเดินเล่นตลาดและเที่ยวสถานที่น่าสนใจบริเวณนี้กันด้วยค่ะ

น้ำสีเขียวฟ้าสวยๆ

Wulai
https://goo.gl/maps/46HUa89QF7M2

WHAT : Wulai (烏來) มาจากภาษาท้องถิ่นของชาวอาตาเยาซึ่งแปลว่าน้ำพุร้อน ความร้อนของน้ำอยู่ระหว่าง 90 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว น้ำสีเขียวสวยๆ ที่เพื่อนๆ เห็นอยู่นั้นของบริเวณนี้เรียกได้ว่ามีความกว้างมากที่สุดในไต้หวัน เพราะถือว่าเป็นบ่อน้ำพุร้อนฟรีที่ใหญ่สุดเลยก็ว่าได้ (ตอนกลางวันโคตรจะร้อนยังมีคนลงไปแช่น้ำ) น้ำพุร้อนที่นี่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีสี น้ำพุร้อนมีหลายประเภทคือแต่ที่อู่ไหลนั้น เป็นแบบน้ำพุร้อนโซเดียม ซึ่งดีต่อผิว ใครอยากมาฟูมฟักรักษาผิวพรรณหลังจากอิดโรยจากหลายๆ ปัจจัย เช่น ทำงานหนักไม่มีเวลาดูแลตัวเอง อกหักรักคุด แฟนทิ้ง ร้องไห้กินข้าวไม่ลงจนผิวผิวก็เหี่ยวตามไปด้วย คนที่เป็นโรคกระดูกต่างๆ น้ำพุร้อนที่นี่ก็ช่วยรักษาและบำบัดได้เช่นกัน

WHERE : ที่นี่มีกิจกรรมหรือมีที่ไหนเที่ยวบ้าง ?

น้ำตกอู่ไหล Wulai Waterfall (中文版:烏來瀑布) : น้ำตกจากธรรมชาติที่มีความสวย ขอเรียกว่าดูน่ารักจิ้มลิ้ม มีความสูง 80 เมตร แต่เราสามารถสัมผัสละอองน้ำตกได้แบบอยู่โคตรใกล้กับน้ำตกเลยก็ว่าได้ !! ใครอยากจะลองไปถ่ายภาพกับน้ำตก ต้องนั่งรถรางขึ้นไปค่ะ ราคารถรางอยู่ที่ 50NT ต่อเที่ยว

พิพิธภัณฑ์ชนเผ่าอาตาเยา  (烏來泰雅民族博物館)  : ให้คุณลองมาศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองของไต้หวัน ที่ยังคงมีประชากรอยู่ถึงปัจจุบันนี้ค่ะ ดาราที่เป็นเผ่าอาตาเยาที่คุณอาจจะรู้จักเช่น วิค F4 และอีกหลากหลายคนที่มีเชื้อสายเป็นชนเผ่าพื้นเมืองค่ะ ขอบอกว่าที่นี่น่าสนใจห้ามพลาดเด็ดขาด บริเวณด้านล่างมีให้ทำ DIY ถักทอที่คาดผม แบบชาวอาตาเยาเองด้วยนะ !! คูลสุดๆ สำหรับ DIY มีค่าใช้จ่ายนะคะ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะทอจะสานอะไร เริ่มต้นที่ 100NT ค่ะ สำหรับค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ ฟรีจ้ะฟรี !! มีไกด์เดินชม 2 รอบต่อวัน คือ 10 โมงและบ่ายสองโมง สามารถฝากของไว้ที่เคาท์เตอร์ด้านล่างได้ค่ะ

บริเวณด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ ซึ่งไม่ต้องเสียค่าเข้าแถมีไกด์พาเดินชมและอธิบายฟรีด้วย ระหว่างเวลา 10 โมง และรอบบ่าย 2 โมงค่ะ
บริเวณด้านหน้าอธิบายแผนที่ lokah to kwara ประโยคนี้ชนเผ่าเอาไว้แยกแยะว่าใครเป็นเผ่าของตน ถ้าใครพูดไม่ได้ เจอตัดหัวแน่จ้า
บริเวณโถงชั้น 1 อธิบายความเป็นมาของชนเผ่าค่ะ
พวกเรากำลังตั้งใจฟัง อธิบายเรื่องการจีบกันของหนุ่มสาวสมัยก่อน ซึ่งถือว่าเป็นการหาคู่เลยก็ว่าได้ ชนเผ่านี้จะใช้อุปกรณ์ที่ทำจากไม้ไผ่ ดีดให้มีเสียง และผู้หญิงที่ได้ยืนหากชื่นชอบแล้วล่ะก็สามารถตอบตกลงรับรักผฝ่ายชายที่ดีดอุปกรณ์ได้โดยการมาเต้นเอาเท้าชนกันค่ะ ส่วนหากไม่รับรักก็ไม่เป็นไร ก็เดินจากไปค่า
บริเวณชั้น 2 ที่นี่มีทั้งหมด 3 ชั้นซึ่งทั้งหมดจะเป็นห้องแสดงของโบราณ ร้านขายขอที่ระลึก และทำ DIY ค่ะ
ในภาพนี้ด้านขวามือคือกระเป๋าสำหรับสะพายลูกค่ะ
หมวกสำหรับผู้ที่เป็นนักรบของเผ่าที่สามารถฆ่าฝ่ายตรงข้ามได้เยอะเรียกว่า Great Warrior
หมวกของหัวหน้าเผ่าค่ะ
ไกด์ที่พาเดินชมกำลังอธิบายถึงอุปกรณ์ทำอาหารสมัยก่อน
สำหรับชนเผ่านี้จะมีการป้ายหน้าแบบนี้ ถ้าหากเป็นผู้หญิงจะหมายถึงว่า มีการแต่งกายได้ส่วนงาม ประมาณว่าประกวดมิสอาตาเยาค่ะ
ส่วนผู้ชายมีหน้าที่ …. ออกไปเป็นนักรบ หลังจากที่ได้จัดการฝ่ายตรงข้ามแล้วนั้น จะนำกะโหลกมาวางไว้หน้าบ้านของตนค่ะ เพื่อ !!!!
เพื่อแสดงให้คนอื่นที่เดินผ่านไปผ่านมาหน้าบ้านรู้ว่า ข้านี่ไม่ใช่เล่นๆ ถือว่าเก่งกาจสามารถ และมีความเชื่อว่ากระโหลกจะมีดวงวิญญาณอยู่คอบปกปักรักษาผู้ที่อยู่ในบ้าน……. บางทีก็สงสัยไปฆ่าเค้าแล้วเค้าจะปกป้องเรายังไง
ชะแว่บถ่ายรูปซักโหน่ย
สำหรับผู้ชายนะคะ ผู้ที่ได้ฆ่าฝั่งตรงข้ามได้แล้วจะมีการสักหรือนับจำนวนหัวที่ฆ่าที่บริเวณใบหน้า ตรงหน้าผาก ไล่ลงมาถึงคอเลยทีเดียวเชียว
มีชุดให้ลองใส่ด้วยนะ
ทำ DIY ที่คาดผมค่ะ

สินค้าของชนเผ่า
ทำเสร็จแล้วก็ผูกผมเลยจ้า
ถัก DIY ผ้าคาดหัวเสร็จแล้ว ทำกันเองด้วย
กิจกรรมของผู้หญิงเผ่านี้คือการถักทอค่ะ

ขอบคุณที่พาเราเดินชมและอธิบายภายในพิพิธภัณธ์ด้วยค่า

 นั่งเคเบิ้ลคาขึ้นไปที่ Yun-Hsien Park & Resort (雲仙樂園) : ราคาขึ้นกระเช้าเคเบิ้ลคาอยู่ที่คนละ 220 NT พร้อมค่าเข้าสวนค่ะ สวนด้านในเป็นสวนสนุกที่…… อืม.. ถ้าแวะมาถ่ายภาพก็โอเคอยู่ แต่ไม่ค่อยมีอะไรเล่นเท่าไหร่ค่ะ จุดที่ทำให้ตื่นเต้นคือ การได้ถ่ายภาพน้ำตกอู่ไหลในมุมเฉียงๆ จากด้านบน ไม่ใช่ถ่ายจากมุมด้านล่างอีกแล้ว ด้านบนพอลงจากเคเบิ้ลคาแล้วก็ต้องเดินกันอีกจ้า ด้านในมีให้นั่งภายเรือโรแมนติกสุดๆ ถ้ามาในช่วงเดือนธันวาคมเป็นต้นไปน่าจะได้บรรยากาศที่ดีเลยทีเดียว เอาล่ะถ้าแลกกับได้ถ่ายน้ำตกในมุมสูงเราก็ยอมขึ้นมานะ รวมถึงได้เสี่ยงเซียมซีขอพรอธิษฐานสไตล์ใหม่อีกด้วย **จะมาที่นี่ต้องนั่งรถรางขึ้นมาจากบริเวณถนนคนเดินก่อนนะคะราคา 50NT ต่อเที่ยวค่ะ

ภาพจากเว็บไซต์ Yuan Hsien Resort

ถนนคนเดินอู่ไหล Wulai Old Street : ถนนที่เต็มไปด้วยสีสันสดใสของสีแดงอาหารท้องถิ่นและที่ห้ามพลาดเลยคือหมูป่าจ้า ยังมีอีกเมนูที่น่าสนใจ ไข่ต้ม !!! ซึ่งคงจะคล้ายๆ กับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ดับน้ำพุร้อนแล้วนำของลงไปต้มค่ะ  ร้านอาหารท้องถิ่นมากมายให้เพื่อนๆ ได้ลองลิ้มรสกัน แถมมีจุดถ่ายรูปที่พีคสุดๆ ถ่ายรูปได้มุมสวยๆ กลางสะพายที่มีสัญลักษณ์ของชนเผ่า อาตาเยาอยู่ ไอคำว่าพีคเนี่ยนะ คือถ่ายแล้วก็วิ่งหลบรถที่สัญจรไปมาต่างหาก…..

เดินกันเตอะ วันนี้เป็นวันธรรรมดาคนก็เลยออกจะน้อยๆ หน่อย

ทุกคนต้องมายืนดูน้ำพุร้อนที่นี่กันค่ะ

มีความเขียวสวยๆ
เดินไปตามทางนี้จะไปขึ้นรถรางได้ค่ะ

และแล้วเราก็เดินกลับมายังที่พักของเราค่ะ เพื่อทานอาหารค่ำที่ทางโรงแรมได้จัดเตรียมไว้ให้เป็นเซ็ตคอร์สเมนู รสชาติให้คะแนนกลางๆ มาอู่ไหลครั้งนี้ก็ยังชอบในความเงียบสงบของหุบเขาเล็กๆ แห่งนี้ และให้ความรู้สึกแตกต่างจากตอนอยู่ในใจกลางมหานครเมืองหลวงที่มีสีสัน กลายเป็นถูกล้อมไปด้วยสีเขียว และธรรมชาติที่สวยงาม ใครที่มีเวลาเที่ยวไม่มาก 4 วันหรือ อะไรประมาณนี้ แล้วหาที่พักผ่อนหย่อนใจใหม่ๆ เราขอแนะนำที่อู่ไหลค่ะ ด่วนๆ นั่งรถมาไม่นานเลยจากไทเป แถมได้รับประสบการณ์หลอนๆ กลับมาด้วยอ่ะรอบนี้ ใครอยากรู้เรื่อง Inbox มาเลยจ้าเดี๋ยวเล่าให้ฟัง

มาแช่ออนเซนในห้องกันน้า

ที่โรงแรม Pauselandis มีห้องพักให้เลือกหลากหลาย รวมถึงบ่อรวมสำหรับแช่ออนเซ็นค่ะ
เว็บไซต์ของโรงแรม http://www.pauselandis.com.tw/en/ สามารถลองเข้าไปดูกันได้เลยค่ะ มีบริการห้องประชุมด้วยนะ เหมาะสำหรับจองแบบเหมารวมไปเลยประชุม 1 คืน พร้อมแช่น้ำแร่

บริเวณ Lobby ที่พักค่ะ
มาเช็คอินแบ้วว
จากตรงนี้คือสามารถเดินไปบ่อรวมได้ค่ะ เสียดายที่เรากลับมาไม่ทันเค้าจะปิดบ่อแล้ว
บ่อน้ำที่ใช้น้ำพุร้อนให้เราแช่กันได้สบายๆ
ห้องน้ำเป็นแบบแค่ไว้ใช้ทำธุระเบา-หนัก และแปรงฟังค่ะ
บริเวณที่แช่น้ำเป็นส่วนอาบน้ำด้วยเลย มีฝักบัวค่ะ
เปิดหน้าต่างออกไปเป็นแบบนี้เลย !!!
หน้าตาห้องนอนแบบ Deluxe ค่ะ
นอนคนเดียวสบายสุดๆ

ประสบการณ์ดีๆ เพิ่มเติมที่ Volando Wulai Spring Spa & Resort แถมให้เลือกระหว่างคอร์สอาหารหรืออยากจะทาน Afternoon Tea ก็ได้เหมือนกัน ถ้าเลือกเป็นจิบชาแล้วล่ะก็ราคาจะอยู่ที่ 1,653 บาทต่อ 2 คน หรือจะเป็นทานอาหารเป็นเซ็ตก็คิด 2 คน 3,202 บาทค่ะ อันนี้สามารถจองได้จากเว็บไซต์ KKDay เลยโดยตรงตาม Link นี้เลยจ้ะ

WHERE : อู่ไหลอยู่บริเวณเมืองนิวไทเป นั่งรถมาจากบริเวณสถานี ซินเตี้ยนเพียง 30-40 นาทีเท่านั้น โดยรถบัสหมายเลข 849 ค่ะ ส่วนขากลับรถจะไปส่งที่สถานี Taipei Main Station ด้วย คือนั่งสุดสายไปเลย สถานที่เที่ยวทั้งหมดสามารถเดินได้ และใช้เวลาเที่ยว ครึ่งวัน หรือเต็มๆ วันได้นะคะ
พิกัด Old Streethttps://goo.gl/maps/DKY7GrEebzT2
พิกัด โรงแรม Pauselandis Resort Wulai : https://goo.gl/maps/8B4QPbACyho

ออกจากสถานี ให้มองไปทางขวาไว้ค่ะ ;D
เดินออกมาเกือบถึง 7-11 แล้วให้เดิวนกลับมาแบบนี้จนเห็นสะพานลอย
เพื่อนๆ จะเจอกับป้ายรถเมล์ตรงนี้ค่ะ ต่อแถวกันได้เลย

หลังจากที่ฟูมฟักรักษาผิวเสร็จเรียบร้อยก็ถึงเวลาแปลงโฉมให้กับเสื้อผ้า หน้าผมกันหน่อยดีกว่า เราเลือกที่จะลองมาเดินเล่นแถวๆ Fuzhong Shopping District https://goo.gl/maps/CANcHtXteqk ซึ่งสามารถเดินทางมาง่ายๆ โดยรถไฟฟ้า MRT มาลงที่สถานี Fuzhong ออกมาก็จะเจอย่านนี้เลยค่ะ ถ้าให้เล่าก็คงต้องบอกว่าบริเวณแถวนี้นั้น อาจจะไม่ได้สวยงามมีแสง สี เสียง โฆษณามากมายแบบที่ซีเหมินติง แต่เอาเข้าจริงๆ ถ้าอยากลองมาเดินดูว่าชาวไต้หวันเค้าช้อปอะไรซื้ออะไร และกินอะไร เรียกได้ว่าการมาเที่ยวคุ้มค่าสุดๆ ได้อะไรกลับไปเป็นความรู้ค่อนข้างเยอะ ถนนย่านนี้ทำให้เรานึกถึงพาหุรัดบอกไม่ถูก อารมณ์ สีสัน และคนที่เยอะมากๆ แทบไม่มีนักท่องเที่ยวเลยค่ะ และของที่จำหน่ายนั้นก็ราคาไม่แพงมาก โดยเฉพาะเสื้อผ้าแฟชั่นไม่ได้แพงแบบในตัวเมืองชั้นใน

คนที่ยืนรอข้ามถนนเยอะมากมาย
ถนนใหญ่กว้างขวางดีค่ะ เดินเข้าไปก็มีร้านขายของอีก
มีร้านขายยา ขายเครื่องสำอางสะดวกมากมาย
คนรอข้ามถนนเยอะไปนะ
ที่พลาดไม่ได้คืออันนี้เลยจ้ะ ไม่มีขั้นต่ำในการขน !!! ซื้อด่วนๆ

เดินมาอีกนิดเราก็ได้แวะมาที่ Banqiao Nanya Night Market https://goo.gl/maps/DDVDTf9dwo82 ซึ่งสามารถเดินมาได้จากบริเวณแหล่งช้อป Fuzhong ค่ะ ที่นี่มี ร้านสเต็ก ร้านอาหารญี่ปุ่นราคาประหยัด Family Mart ร้านอาหารแบบท้องถิ่นสุดๆ และอาหารตามรถเข็นมากมายให้ลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็น ไส้กรอกสไตล์ไต้หวัน ไก่ทอดชิ้นยักษ์ยี่ห้อโปรดของเรา ต้องรอคิวนานมากๆ นมทอด ผลไม้สดๆ แป้งทอดไส้ไข่ลาวา (คล้ายๆ ขนมไข่นกกระทาบ้านเราแต่มีไส้ค่ะ) ราคาก็ไม่ได้แพงแบบตลาดใหญ่ในเมืองนะคะ มีร้านจำหน่ายรองเท้าและของแฟชั่นอยู่ด้วยเช่นกันล่ะ !!! ที่นี่แนะนำให้มาช่วงเวลา 18.30 น. ตลาดจะคึกคัก ถ่ายภาพสวยด้วยเลย ส่วนเรื่องภาษาไม่ต้องห่วงค่ะ ถึงแม้คนแถบย่านนี้จะใช้ภาษาอังกฤษกันได้ไม่มาก แถมป้ายก็ไม่มีภาษาอังกฤษซะด้วยสิ เราสามารถใช้แอพกูเกิ้ลถ่ายภาพให้แปลเป็นภาษาอังกฤษ แล้วค่อยนำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ได้แปลเป็นภาษาไทยอีกทีก็ได้ค่ะ !!! ย่านนี้ถือว่าน่าเที่ยวมากมาย ลองแวะมาเดินช่วงเสาร์หรืออาทิตย์ดูค่ะ

ระหว่างรอข้ามเดินไปตลาด
มีร้านอาหารที่น่าสนใจอยู่ด้านหน้าเลย
ตรงนี้นอกจากเป็นตลาดกลางคืนแล้ว ร้านรวงก็มีมากมายเลยค่ะ ทั้งร้านขายยา ร้านขายเครื่องสำอางก็ยังมี
ถึงแล้วตลาดคนเยอะใช้ได้เลย Tourist ไม่ค่อยมีมากค่ะ หรือเราอาจจะมาวันธรรมดาก็ได้นะ
ปิ้งๆ ย่างๆ มา
ไม่แน่ใจอันนี้ใช่เลือดหมูรึเปล่า !!!
ฝรั่งแบบนี้คือน่าทานมากมาย
ซูมเข้าไปใกล้ๆ
ไส้กรอกก็น่าสนใจ
ซื้อซักไม้ !!
มะม่วงก็มีขายข้างทางแบบนี้เลย
ร้านอื่นๆ ชีสทาโกะ ปลาหมึกตัวจิ๋วกับชีสค่ะ
พอดึกแล้วคนเริ่มเยอะค่ะ
เดินเลี้ยวซ้ายมาเริ่มมีสินค้าอย่างอื่นขายบ้างประปราย
เล่นเกมก็ได้ สำหรับเด็กๆ
แวะทานข้าวหน้าไก่ ถ้วยเล็กๆ
แล้วเราก็ออกมาหารถแท็กซี่กลับกันจ้า !!!

WHERE : Fuzhong 府中站 สามารถเดินทางมาได้ง่ายมากมายโดยใช้บริการของ MRT ค่ะ นั่งรถมาที่รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมุ่งหน้าไปยัง Dingpu แล้วลงที่สถานี Fuzhong ค่ะ ทางเส้นทางตรงข้ามกับส่วนของถนนช้อปปิ้งมีร้านอาหารมากมายเพียบ !!! ห้ามพลาดต้องมาลองเดินค่า
พิกัด : https://goo.gl/maps/o2PrQwk67P72

จริงๆ แล้วที่เมืองนิวไทเป NewTaipei มีสถานที่ช้อปปิ้งอีกเยอะแยะมากมายเลย แต่ขอพาเพื่อนๆ วาร์บมาที่มิตซุยเอาท์เล็ตพาร์ค ซึ่งเป็นเอาท์เล็ตสัญชาติญี่ปุ่น สำคัญมากมายนอกเหนือจากเรื่องช้อปคือร้านอาหารการกินด้านในเป็นร้านดังๆ อย่างเช่น ชุนฉุ่ยถัง หรือแม้แต่ร้านเชียนเย้ชื่อดังก็อยู่ที่นี่ด้วย สำหรับแบรนด์ต่างๆ นั้นก็มีแบรนด์ดังขนขบวนมาเอาใจทั้งนักท่องเที่ยวและคนที่อยู่บริเวณนั้นค่ะ ขอเล่าก่อนว่าเอาท์เล็ทนี้ตั้งอยู่ในย่านชุมชนบริเวณเขต Linkou ของเมืองนิวไทเปค่ะ เดินทางก็สะดวกง่ายดายจากทั้งสนามบินหรือจากทั้งในตัวเมืองหลวงก็มาง่ายมาก แบรนด์จึงคละกันตั้งแต่แบรนด์ธรรมดาจนถึงแบรนด์แพงๆ

Mitsui Outlet Park
https://goo.gl/maps/P56YM8M67Bv

บริเวณด้านหน้าค่ะ
บริเวณโซนด้านนอก
ร้านของอามานี่
ร้านอาหารเก่าแก่ เชียนเย้
บะหมี่อร่อยค่ะ
พนักงานเดินมาถามเราว่าให้ช่วยตัดบะหมี่แบ่งใส่จานมั้ยคะ

แบรนด์แนะนำได้แก่ Micheal Kors, Marc Jacobs, Juicy Couture, Samsonite, Cath Kidston, Kade Spade, Club21, ร้านหนังสือชื่อดังอย่าง Eslite ก็มีสาขาที่นี่ด้วยค่ะ, Lee, Puma, New Balance, Skechers, FitFlop รวมถึง Nike Factory Store ก็อยู่ที่นี่ด้วยนะคะ เรียกได้ว่าเยอะมาก ใครเบื่อช้อปก็ไปนั่งสตาบัครอเพื่อนๆคนอื่นได้ แถมยังซื้อของในร้านสตาบัคที่เป็นแบบลายไต้หวันโดยเฉพาะได้ด้วย (ไม่ช้อปข้างในก็มาช้อปในสตาบัคแทนเนอะ)

สำหรับใครที่ช้อปเกิน 2,000NT สามารถขอคืน Tax-Refund ได้เลยที่บริเวณชั้น 1 เคาท์เตอร์บริการ ซึ่งจะได้คืน 5% ค่ะ ส่วนเราก็เข้าไปสอยชุดจากร้าน 10060 Snidel/ Gelato Pique/ Lily Brown/ Uraha มาค่ะ ชุดสไตล์สาวหวานน่ารักๆ ดี ราคาไม่แพงมาก คุณภาพโอเคเลย !!

 

เห็นมั้ยคะว่า การมาเที่ยวเมืองนิวไทเป NewTaipei สามารถมาทำสวย ผิวสดใส แถมมาแปลงโฉมกันได้เลยจริงๆ ตามแหล่งช้อปปิ้งต่างๆ !! ผิวก็ดี เสื้อก็สวย แบบนี้ใครเพิ่งถูกหักอกมาอย่าลืมสะบัดบ็อบแรงๆ ให้กับความรักครั้งเก่า แล้วมาเริ่มชีวิตสดใส สวยๆ (แอบจนเบาๆ จากการช้อป ปั๊มเงินใหม่ก่อน) กันหลังจากบินกลับถึงไทยกันแล้วนะคะ ครั้งเสียใจมากๆ ตะโกนให้กับน้ำตกอู่ไหลไปเลย !!! เอาให้เพื่อนทักว่ากลับมาจากไต้หวันทำไมสวยขึ้นล่ะ ไม่ใช่ทำไมดูมีน้ำมีนวลขึ้นเพราะอาหารตามตลาดกลางคืนนะจ้ะ

สำหรับการเดินทางครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณการท่องเที่ยวเมือง NewTaipei ด้วยค่ะ ที่สละเวลาเรื่องข้อมูลและให้เราได้เดินทางไปเที่ยวที่ต่างๆ ในเมืองนี้ บางสถานที่เราก็ได้ใช้บริการของ Taiwan Taxi ค่ะ ซึ่งเป็นบริการแท็กซี่พาเที่ยวพร้อมคนขับที่พูดภาษาอังกฤษได้ ลองเข้าไปดูเว็บไซต์กันได้เผื่อใครอยากเที่ยวโดยบริการของแท็กซี่ค่ะ  www.taiwantaxi.com.tw/EN/en_about.html รวมถึงเราได้จองแท็กซี่ทัวร์จากเว็บ KKDay ไว้ด้วยเช่นกันค่ะทำให้ทริปเราเดินทางสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
สำหรับใครที่สนใจจองแท็กซี่ สามารถเข้าไปจองได้เลยที่ https://goo.gl/forms/Xb5mK9V2IUewb8jA3
สำหรับการเช็คราคาว่าแท็กซี่ทัวร์ราคาเท่าไหร่บ้าง คลิกที่นี่ เลยค่ะ

วางของได้สะดวกสบาย กระเป๋าใหญ่ก็ไม่หวั่น
หน้าตารถแท็กซี่เหมาะกับมา 3-4 คนค่ะ
ภายในห้องโดยสารค่ะ

Leave a Reply